ตำรวจรวบอดีตสาวเชียร์เบียร์ ผันตัวเป็นแม่เล้าค้ากามเด็ก พร้อมเสี่ยรับเหมา ก่อสร้างและวิศวกร ลูกค้ากลัดมัน "ปวีณา" แฉเบื้องหลังมีผู้ปกครองเด็กหญิงอายุ 13-15 ปี เรียนอยู่ชั้นม.1-ม.3 ร้องเรียนลูกสาวถูกลวงไปค้ากาม ประสาน ผบช.ภ.1 จัดชุดสืบสวนแกะรอย กระทั่งทราบว่ามีการนัดพาเด็กไปให้เสี่ยหนุ่มผู้ต้องหา เลยวางกำลังสะกดรอยก่อนรวบตัวได้คาโรงแรม แฉลูกค้าแก๊งกามมีทั้งข้าราชการ ครู และนักธุรกิจ ตำรวจเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายจับหนุ่มหื่นซื้อกามเด็กดำเนินคดี
ตำรวจรวบแม่เล้าค้ากามเด็กพร้อมลูกค้ารายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์สืบสวนสอบสวน ภาค 1 พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ร่วมกับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม น.ส.สุวภรณ์ เอี่ยมทัศน์ หรือน้ำฝน อายุ 21 ปี บ้านเดิมเลขที่ 103 หมู่ 1 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ในข้อหาค้ามนุษย์ เป็นธุระ จัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่ออนาจารซึ่งชายหรือหญิง โดยเป็น การกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี และ เป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี
ผู้ต้องหาอีก 2 คน ประกอบด้วยนายศราวุธ สิงห์เงอ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/4 ม.2 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี อาชีพเป็นผู้รับเหมา และนายอนันต์ อุตอามาต อายุ 41 ปี วิศวกรบริษัทแห่งหนึ่ง ถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อ การอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 1,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ถุงยาง อนามัย 2 ถุง
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยเบื้องหลังการจับกุมแม่เล้าค้ากาม เด็ก สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ปกครองเด็กหญิงปอย (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ผู้ปกครองเด็กหญิงฝ้าย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และผู้ปกครอง น.ส.อุ้ม (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ได้เข้าร้องเรียนกับทางมูลนิธิฯ ว่า บุตรสาวทั้งสามได้ถูก น.ส.สุวภรณ์ล่อลวงไปค้าประเวณีให้กับหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงได้ ประสานมายัง พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 สั่งการให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 และ พ.ต.อ. เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.ศสส.ภ.1 นำกำลังเข้าสืบสวนหาข่าวทราบว่า น.ส.สุวภรณ์เป็นแม่เล้าที่คอยจัดหาเด็กหญิง ให้กับลูกค้าจริง
ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวต่อว่า กระทั่งเย็นวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนทราบว่า น.ส.สุวภรณ์ได้นัดส่ง ด.ญ.ปอย และ ด.ญ.ฝ้ายให้ ลูกค้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่าน ต.สวนพริกไทย อ.เมือง ปทุมธานี จึงประสาน พ.ต.อ.ธวัชชัย ยิ่งเจริญสุข ผกก. สภ.เมืองปทุมธานี นำกำลังดักซุ่มในจุดนัดพบ กระทั่งนายศราวุธ และนายอนันต์ ผู้ต้องหา ขับรถโตโยต้าคัมรี่สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน สฉ 9847 กรุงเทพมหานคร เข้ามา ที่ร้านและนั่งดื่มกินกับ น.ส.สุวภรณ์ กับเด็กทั้ง 2 คน ก่อนจะพาขึ้นรถไปด้วยกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามสะกดรอยพบว่า น.ส.สุวภรณ์ลงจากรถบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส สาขาปทุมธานี จากนั้นลูกค้าหนุ่มทั้งสอง ได้พาเด็กไปเปิดห้องโรงแรมสวีทอินน์ ต.บางปรอก อ.เมือง ปทุมธานี โดยจับคู่แยกกันคนละห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบุกเข้าจับกุมชายทั้งสองได้ก่อนที่เด็กจะตกเป็นเหยื่อ
ทางด้าน น.ส.สุวภรณ์แม่เล้าสาวกล่าวว่า ก่อน หน้านี้ทำงานเป็นสาวเชียร์เบียร์ ส่วนมากแขกมักจะถามตนว่าขายบริการหรือไม่ ตนตอบไม่ขายแต่ลูกค้าก็ยังมีความต้องการที่จะซื้อบริการ โดยบอกตนว่าถ้ามีเด็กๆ จะได้ราคาดี กระทั่งตนได้มีโอกาสรู้จักกับ ด.ญ.ปอย, ด.ญ.ฝ้าย และ น.ส.อุ้ม เป็นนักเรียนชั้น ม.1-2 ต่างโรงเรียนกัน แต่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเดียวกัน มาบอกกับตนว่าต้องการงานทำเพื่อจะนำเงินไปใส่เหล็กดัดฟันแบบแฟชั่น ตนจึง ได้มาแนะนำให้รู้จักกับบรรดาลูกค้า ก่อนจะมีการซื้อบริการ กันในราคาครั้งละ 1,500-2,000 บาท โดยจะหักให้เด็กคนละ 300-500 บาท ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการมีทั้งข้าราชการ ทหาร ครู และนักธุรกิจจำนวนหลายสิบราย ส่วนเด็กในสังกัดของตนมีร่วม 10 คน
ส่วน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ได้ส่งผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่ สภ.เมืองปทุมธานี โดยมี พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผบก.ภ.ปทุมธานี ลงมา ดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่สะท้อนสังคม ส่วนบรรดาหนุ่มกลัดมันที่เคยซื้อบริการกับเด็กหญิงทั้งหมด ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับต่อไป
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
หนีตำรวจยัดยาบ้าเข้าทวารแต่ไม่รอด
ตำรวจโคราช บุกบ้านสองผัวเมียเอเย่นต์ค้ายาบ้าดัง เจ้าตัวตกใจหนีเขาห้องน้ำก่อนนำของกลางยัดเข้าทวารหนัก หวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายไม่รอด ถูกดำเนินคดีได้ในที่สุด ...
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สืบทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 8 ต.สูงเนิน มีการลักลอบจำหน่ายยาบ้า
จึงได้ถือหมายศาลจังหวัดสีคิ้ว นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายเอกชัย ดงสันเที๊ยะ อายุ 31 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 65 หมู่ 2 ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา กับนายนิรันดร์ งันขุนทด อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 173 หมู่ 7 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา อยู่ในบ้านและเมื่อเห็นตำรวจ นายนิรันดร์ได้รีบวิ่งเข้าไปซุกในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้ออกมาแล้วทำการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุในถุงยางอนามัยซุกอยู่ในทวารหนักของนายนิรันดร์จำนวน 85 เม็ด และในระหว่างตรวจค้นได้มีนางศิริพร เนตรดี อายุ 31 ปี ภรรยาของนายนิรันดร์ ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่สีเขียวสภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินเข้ามา จึงทำการตรวจค้น พบยาบ้าในกระเป๋ากางเกงนางศิริพรอีกจำนวน 10 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางรวมกับที่ล่อซื้อเป็น 190 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง อุปกรณ์การเสพยาบ้าและรถจักรยานยนต์ 1 คัน ส่งให้ พ.ต.ท.นนท์ธวัช พงศ์เลิศโกศล สารวัตรเวร สภ.สูงเนิน ทำการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากเขตเอเย่นต์แถวๆสุขุมวิท กรุงเทพฯในราคาเม็ดละ 200 บาท โดยจะรับมาครั้งละประมาณ 1,000 เม็ด แล้วนำมาขายส่งเม็ดละ 300 บาท ส่วนขายปลีกเม็ดละ 400-500 บาท และทำเป็นอาชีพมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา สืบทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 8 ต.สูงเนิน มีการลักลอบจำหน่ายยาบ้า
จึงได้ถือหมายศาลจังหวัดสีคิ้ว นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายเอกชัย ดงสันเที๊ยะ อายุ 31 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 65 หมู่ 2 ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา กับนายนิรันดร์ งันขุนทด อายุ 32 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 173 หมู่ 7 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา อยู่ในบ้านและเมื่อเห็นตำรวจ นายนิรันดร์ได้รีบวิ่งเข้าไปซุกในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้ออกมาแล้วทำการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุในถุงยางอนามัยซุกอยู่ในทวารหนักของนายนิรันดร์จำนวน 85 เม็ด และในระหว่างตรวจค้นได้มีนางศิริพร เนตรดี อายุ 31 ปี ภรรยาของนายนิรันดร์ ขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่สีเขียวสภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เดินเข้ามา จึงทำการตรวจค้น พบยาบ้าในกระเป๋ากางเกงนางศิริพรอีกจำนวน 10 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางรวมกับที่ล่อซื้อเป็น 190 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง อุปกรณ์การเสพยาบ้าและรถจักรยานยนต์ 1 คัน ส่งให้ พ.ต.ท.นนท์ธวัช พงศ์เลิศโกศล สารวัตรเวร สภ.สูงเนิน ทำการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากเขตเอเย่นต์แถวๆสุขุมวิท กรุงเทพฯในราคาเม็ดละ 200 บาท โดยจะรับมาครั้งละประมาณ 1,000 เม็ด แล้วนำมาขายส่งเม็ดละ 300 บาท ส่วนขายปลีกเม็ดละ 400-500 บาท และทำเป็นอาชีพมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
รวบพระครู‘ตุ๋ย’ดช.ส่งค้ากามเกย์ฝรั่ง
ดีเอสไอร่วมกับตำรวจภาค 5 ทลายเครือข่ายแก๊งค้ามนุษย์กลางเมืองเชียงใหม่ รวบพระครูรองเจ้าอาวาสวัดตุ๋ยเด็กชายชาวเขา พร้อมยึดคลิปลามกขณะโล้นหื่นเสพกามไว้เป็นหลักฐาน ก่อนตามไปตะครุบ "ป๋าสาท" เกย์นรกรุ่นเดอะ เอเย่นต์ส่งเนื้อสดให้เฒ่าอังกฤษในคอนโดฯที่เพิ่งถูกจับกุมไปแล้ว ช่วยเหยื่อกว่า 10 รายพ้นวงจรอุบาทว์ แฉทำกันเป็นขบวนการใหญ่ หลอกเด็กชายชาวเขาและชาวพม่าจาก จ.เชียงราย อ้างจะพามาเรียนหนังสือ แต่กลับกักขังไว้บำเรอกามเกย์ฝรั่งและเกย์ไทยไร้จิตสำนึก
ที่ห้องประชุมศูนย์พิทักษ์เด็ก บก.สส.ภ.5 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 เม.ย. พล.ต.ต.สุธีระ ปุณณะบุตร ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จ. เชียงใหม่ พ.ต.อ.วีรชน บุญทวี ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.5 พ.ต.ท.อภิชาติ หัตถสิน สว.กก.3 บก.สส.ภ.5 ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี พงส.คดีพิเศษ สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวกรณีตำรวจเข้าจับกุมพระครูใบฎีกาวิษณุ เตชธัมโม หรือนายวิษณุ ตุงคนาคร อายุ 42 ปี รองเจ้าอาวาสวัดป่าลาน หมู่ 4 ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหากระทำชำเราบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยไม่มีเหตุอันควร ภายหลังการจับกุม นำตัวไปให้พระครูสถิตย์วรคุณ รองเจ้าคณะตำบลหนองตอง ทำพิธีสึก
จากการตรวจค้นกุฎีพระครูวิษณุ พบซีดีลามก 35 แผ่น ถุงยางอนามัย ปืนปลอม 2 กระบอก ภาพถ่ายขณะร่วมเพศกับสามเณร กางเกงยีนส์ เสื้อ หมวก รองเท้าผ้าใบซ่อนอยู่ใต้เตียง และพบรถเก๋งมิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียน กน 315 เชียงใหม่ จอดอยู่หน้ากุฎี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและไม่ยอมสึก ตำรวจจึงนำคลิปจากโทรศัพท์ มือถือของพระครูวิษณุที่ยึดมา เป็นภาพขณะพระครูรูปดังกล่าวมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายมาให้ดู ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสีและยอมสึกโดยดี แต่ยังให้การอ้างว่าไม่ได้ ซื้อบริการเด็กหรือบังคับเด็กให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่เด็กจะมาหาเอง หรือบางครั้งจะไปรับตัวเด็กมาจากบ้านนายสุรศักดิ์ เขียวมั่น เอเย่นต์ส่งเด็กขายบริการที่รู้จักกัน ส่วนเสื้อผ้าและรถยนต์เป็นของตน เอาไว้เปลี่ยนช่วงแอบหนีเที่ยวเวลากลางคืน
ขณะเดียวกัน ตำรวจอีกชุดนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 103 ถนนวัวลาย ซอย 1 ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมเจ้าของบ้านคือ นายสุรศักดิ์ หรือประสาท เขียวมั่น อายุ 51 ปี ฉายาในวงการเกย์ว่า ป๋าสาท และเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน สภ.เมืองเชียงใหม่ ภายในบ้านยังพบเด็กชายชาวเขาและพม่า 9 คน มีอายุไม่ถึง 15 ปี ถูกกักขังไว้ในห้องเล็กๆเพื่อไว้ขายบริการทางเพศให้กับผู้ที่มาซื้อบริการ จึงช่วยเหลือและนำตัวเด็กไปมอบให้เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมจังหวัดเชียงใหม่ รับไปดูแลชั่วคราวก่อนประสานผู้ปกครองมารับ
ที่ห้องประชุมศูนย์พิทักษ์เด็ก บก.สส.ภ.5 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 เม.ย. พล.ต.ต.สุธีระ ปุณณะบุตร ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จ. เชียงใหม่ พ.ต.อ.วีรชน บุญทวี ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.5 พ.ต.ท.อภิชาติ หัตถสิน สว.กก.3 บก.สส.ภ.5 ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี พงส.คดีพิเศษ สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวกรณีตำรวจเข้าจับกุมพระครูใบฎีกาวิษณุ เตชธัมโม หรือนายวิษณุ ตุงคนาคร อายุ 42 ปี รองเจ้าอาวาสวัดป่าลาน หมู่ 4 ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหากระทำชำเราบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยไม่มีเหตุอันควร ภายหลังการจับกุม นำตัวไปให้พระครูสถิตย์วรคุณ รองเจ้าคณะตำบลหนองตอง ทำพิธีสึก
จากการตรวจค้นกุฎีพระครูวิษณุ พบซีดีลามก 35 แผ่น ถุงยางอนามัย ปืนปลอม 2 กระบอก ภาพถ่ายขณะร่วมเพศกับสามเณร กางเกงยีนส์ เสื้อ หมวก รองเท้าผ้าใบซ่อนอยู่ใต้เตียง และพบรถเก๋งมิตซูบิชิ สีฟ้า ทะเบียน กน 315 เชียงใหม่ จอดอยู่หน้ากุฎี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและไม่ยอมสึก ตำรวจจึงนำคลิปจากโทรศัพท์ มือถือของพระครูวิษณุที่ยึดมา เป็นภาพขณะพระครูรูปดังกล่าวมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายมาให้ดู ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสีและยอมสึกโดยดี แต่ยังให้การอ้างว่าไม่ได้ ซื้อบริการเด็กหรือบังคับเด็กให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย แต่เด็กจะมาหาเอง หรือบางครั้งจะไปรับตัวเด็กมาจากบ้านนายสุรศักดิ์ เขียวมั่น เอเย่นต์ส่งเด็กขายบริการที่รู้จักกัน ส่วนเสื้อผ้าและรถยนต์เป็นของตน เอาไว้เปลี่ยนช่วงแอบหนีเที่ยวเวลากลางคืน
ขณะเดียวกัน ตำรวจอีกชุดนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 103 ถนนวัวลาย ซอย 1 ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมเจ้าของบ้านคือ นายสุรศักดิ์ หรือประสาท เขียวมั่น อายุ 51 ปี ฉายาในวงการเกย์ว่า ป๋าสาท และเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน สภ.เมืองเชียงใหม่ ภายในบ้านยังพบเด็กชายชาวเขาและพม่า 9 คน มีอายุไม่ถึง 15 ปี ถูกกักขังไว้ในห้องเล็กๆเพื่อไว้ขายบริการทางเพศให้กับผู้ที่มาซื้อบริการ จึงช่วยเหลือและนำตัวเด็กไปมอบให้เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมจังหวัดเชียงใหม่ รับไปดูแลชั่วคราวก่อนประสานผู้ปกครองมารับ
รวบกะเทยเขมรยาบ้ายัดทวาร ตบตา จนท.เข้าไทย
ตร.และทหารพรานสระแก้วรวบกระเทยเขมรสุดแสบยาบ้า 400 เม็ดยัดก้นตบตา จนท. เข้าไทยแต่ไปไม่รอด อ้างเล่นพนันหมดตัว เลยรับจ้างขนยาบ้ามาส่งฝั่งไทย..
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 6 พ.ย. ขณะที่ พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สารวัตรใหญ่(สวญ) สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ พ.ต.ต.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึกฯ ร่วมกับ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) นำกำลังตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดบริเวณจุดตรวจต้นมะขาม ถนนด้านหลัง สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบชายชาวเขมรต้องสงสัยสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ สีน้ำเงิน นั่งรถ จยย.รับจ้างออกมาจากตลาดโรงเกลือ มุ่งหน้าเข้า อ.อรัญประเทศ
โดยชายชาวเขมรคนดังกล่าว มีลักษณะกระตุ้งกระติ้งคล้ายกะเทย แสดงท่าทางตื่นกลัวมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้น พบยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มจำนวน 400 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติคใสพันทับด้วยเทปกาวสีดำหุ้มทับด้วยถุงยางอนามัย ซุกซ่อนอยู่ในช่องทวารหนัก จึงควบคุมตัวสอบสวน ทราบชื่อ นายสาวิน เชียน อายุ 40 ปี ชาวกัมพูชา รับสารภาพว่า เป็นกะเทยมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายปลาอยู่ในตลาดโรงเกลือ ใกล้จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก สาเหตุที่มาขนยาบ้าเนื่องจากติดการพนันและได้นำเงินที่ค้าขายได้ไปเล่นการพนันในบ่อนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา จนหมดตัว จึงมารับจ้างนายทุนยาบ้าชาวเขมรจำนวน 3,000 บาท โดยให้นำยาบ้าจำนวน 400 เม็ด ไปส่งให้หญิงชาวไทยที่สถานีขนส่ง อ.เมืองสระแก้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ดำเนินคดีและนำตัวไปขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 6 พ.ย. ขณะที่ พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สารวัตรใหญ่(สวญ) สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และ พ.ต.ต.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึกฯ ร่วมกับ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) นำกำลังตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดบริเวณจุดตรวจต้นมะขาม ถนนด้านหลัง สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบชายชาวเขมรต้องสงสัยสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ สีน้ำเงิน นั่งรถ จยย.รับจ้างออกมาจากตลาดโรงเกลือ มุ่งหน้าเข้า อ.อรัญประเทศ
โดยชายชาวเขมรคนดังกล่าว มีลักษณะกระตุ้งกระติ้งคล้ายกะเทย แสดงท่าทางตื่นกลัวมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจค้น พบยาบ้าชนิดเม็ดสีส้มจำนวน 400 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติคใสพันทับด้วยเทปกาวสีดำหุ้มทับด้วยถุงยางอนามัย ซุกซ่อนอยู่ในช่องทวารหนัก จึงควบคุมตัวสอบสวน ทราบชื่อ นายสาวิน เชียน อายุ 40 ปี ชาวกัมพูชา รับสารภาพว่า เป็นกะเทยมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายปลาอยู่ในตลาดโรงเกลือ ใกล้จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก สาเหตุที่มาขนยาบ้าเนื่องจากติดการพนันและได้นำเงินที่ค้าขายได้ไปเล่นการพนันในบ่อนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา จนหมดตัว จึงมารับจ้างนายทุนยาบ้าชาวเขมรจำนวน 3,000 บาท โดยให้นำยาบ้าจำนวน 400 เม็ด ไปส่งให้หญิงชาวไทยที่สถานีขนส่ง อ.เมืองสระแก้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ดำเนินคดีและนำตัวไปขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)